Starbucks ในไทย รายได้ 10,000 ล้าน ในวันที่คู่แข่ง เต็มตลาด

Starbucks ในไทย รายได้ 10,000 ล้าน ในวันที่คู่แข่ง เต็มตลาด

26 พ.ค. 2026
- ผลประกอบการของ บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ รีเทล จำกัด เจ้าของสิทธิ์บริหาร Starbucks ในไทย
ปี 2564 รายได้ 6,136 ล้านบาท กำไร 165 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 8,390 ล้านบาท กำไร 833 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 9,847 ล้านบาท กำไร 1,029 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 10,513 ล้านบาท กำไร 978 ล้านบาท
ล่าสุดปี 2568 รายได้ 10,860 ล้านบาท กำไร 1,038 ล้านบาท
คิดเป็นการเติบโตของรายได้ 3.3% และกำไร 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
คำถามคือ เมื่อกาแฟดี ๆ หาได้ง่ายขึ้น ราคาถูกกว่าก็มี ทำเลสะดวกกว่าก็มี และร้านใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นแทบทุกมุมเมือง
ผู้บริโภคมีตัวเลือกตั้งแต่กาแฟแก้วละไม่กี่สิบบาท ไปจนถึง Specialty Coffee ที่ขายประสบการณ์เฉพาะตัว
แล้วทำไม Starbucks ถึงยังรักษาการเติบโต เอาไว้ได้ ?
BrandCase ชวนมาวิเคราะห์ เป็นข้อ ๆ 
1. เน้นขยายสาขาตามทำเลทองระดับพรีเมียม
จากข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 
Starbucks ในประเทศไทย มีจำนวนสาขารวม 497 สาขา
ซึ่งหากเทียบในแง่จำนวนสาขา แน่นอนว่า Starbucks ไม่ได้แข่งในลีกเดียวกับ Café Amazon ที่ตอนนี้มีมากกว่า 4,700 สาขา หรือ กาแฟพันธุ์ไทยที่มีกว่า 2,308 สาขา
แต่ Starbucks เน้นขยายสาขาตามทำเลทองระดับพรีเมียม ที่เชนอื่นเข้าได้ยาก เช่น การฝังตัวในโครงการ Mixed-Use ระดับไฮเอนด์, คอนโดหรู, ออฟฟิศเกรด A, โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ รวมทั้งการขยายสาขา Drive-Thru
2. ใช้กลยุทธ์บ้านหลังที่สาม
เวลานึกถึงร้านกาแฟสักร้านหนึ่งที่สามารถไปนั่งคุยหรือทำงานจิบเครื่องดื่มไปด้วย เชื่อว่าชื่อของร้าน Starbucks น่าจะยังเป็นร้านที่หลาย ๆ คนนึกถึง 
ถึงแม้ว่า ในวันนี้ คอกาแฟชาวไทยปันใจไปให้เชน Specialty จากทั้งในไทยและต่างชาติ แต่กลยุทธ์ของ Starbucks คือ ไม่ใช่การลงไปแข่งดริปกาแฟแข่งกับร้านเหล่านั้นโดยตรง
แต่ Starbucks เลือกที่จะตอกย้ำความเป็น The Third Place หรือบ้านหลังที่สาม ที่ลูกค้าสามารถนั่งทำงานได้ 3 ชั่วโมงโดยไม่รู้สึกอึดอัด, ปลั๊กไฟพร้อม, แอร์เย็น พร้อมรสชาติกาแฟที่เป็นมาตรฐาน คาดเดาได้
ความสม่ำเสมอของประสบการณ์นี้เอง คือป้อมปราการที่ทำให้ Starbucks ยังคงสามารถยืนหยัดได้ในสงคราม Specialty ได้ 
3. Ecosystem ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
ตั้งแต่ Starbucks Rewards ที่ทำให้การซื้อกาแฟกลายเป็นการสะสมดาว, เงินเติมล่วงหน้าในแอปพลิเคชัน ที่ทำให้ลูกค้ามีเงินค้างอยู่ในระบบ ไปจนถึง Starbucks Gift Card ที่เปลี่ยนกาแฟให้กลายเป็นของขวัญ
พอรวมกับโปรโมชัน เมนูซีซันนัล และการสื่อสารผ่านแอป จึงทำให้ Starbucks เหมือนมีเครื่องมือคอยดึงลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง
4. สร้าง Brand Equity ให้แข็งแรง
Brand Equity ก็คือพลังของแบรนด์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า สินค้าชิ้นเดิมมีมูลค่ามากขึ้น เมื่อมีโลโกของแบรนด์นั้นอยู่บนสินค้า
และในวันที่ Brand Equity แข็งแรงพอ โลโกของ Starbucks ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่ลูกค้ายอมจ่ายเงินซื้อ
พอเป็นแบบนี้ โลโกนางเงือกบนสินค้า เช่น เครื่องดื่ม, แก้ว Tumbler, Mug จึงไม่ได้เป็นแค่เครื่องหมายการค้า แต่กลายเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอยากซื้อ ทั้งเพื่อใช้เอง สะสม หรือมอบเป็นของขวัญ
และทั้งหมดนี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไม Starbucks ในไทย ถึงยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในไทย ทั้งที่มีคู่แข่งอยู่เต็มเมืองนั่นเอง..
References 
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.