
โมเดลคอนเทนต์ใหม่ ช่อง 3 เอาซีรีส์แนวตั้ง ฉายบนทีวี พื้นที่ข้าง ๆ ขายโฆษณา
14 มี.ค. 2026
- ในภาพคือ ซีรีส์แนวตั้ง ที่กำลังจะถูกฉายบนหน้าจอทีวีของช่อง 3 และหน้าจอด้านซ้ายขวาก็จะกลายเป็นพื้นที่ให้แบรนด์มาซื้อโฆษณา พร้อมแปะ QR Code ให้คนดูสแกน เพื่อไปดูสินค้าหรือซื้อของออนไลน์ได้ทันที
โดยภาพนี้ถูกแชร์ในงานแถลงข่าวมหกรรมความบันเทิง ฉลองครบรอบ 56 ปีของช่อง 3
ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
- หนึ่งในไฮไลต์ของงานที่น่าสนใจมาก ๆ คือโปรเจกต์ใหม่ที่ชื่อว่า “ตั้งติดจอ”
ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่นำ ซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Series) มาฉายบนหน้าจอทีวีของช่อง 3
โดยเตรียมเริ่มออนแอร์ครั้งแรกในวันที่ 16 มีนาคม 2569
โดยเตรียมเริ่มออนแอร์ครั้งแรกในวันที่ 16 มีนาคม 2569
ผู้บริหารของช่อง 3 อธิบายเพิ่มเติมว่า การนำซีรีส์แนวตั้งมาฉายบนหน้าจอทีวี จะทำให้ผู้ชมสามารถดูคอนเทนต์ประเภทนี้ได้ใหญ่ขึ้นและสมบูรณ์แบบมากขึ้น
- สำหรับรูปแบบการออกอากาศ ซีรีส์แนวตั้งจะฉาย ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.40 - 18.00 น.
หลังรายการข่าว เรื่องเด่นเย็นนี้ โดยแต่ละเรื่องจะใช้เวลาฉายจบประมาณ 1 สัปดาห์
หลังรายการข่าว เรื่องเด่นเย็นนี้ โดยแต่ละเรื่องจะใช้เวลาฉายจบประมาณ 1 สัปดาห์
อีกหนึ่งจุดที่แตกต่างจากรายการทีวีปกติคือ ตลอด 20 นาทีของการฉายซีรีส์ จะไม่มีสปอตโฆษณาคั่นระหว่างรายการ แต่โฆษณาจะถูกนำไปวางไว้ ข้างหน้าจอแทน เช่น
ฝั่งซ้าย สามารถวางโฆษณา ขนาดประมาณ 461 x 739 พิกเซล
ฝั่งขวา สามารถวางข้อความ สโลแกน หรือโปรโมชันสินค้า ขนาด 447 x 357 พิกเซล
พร้อมแปะ QR Code ให้คนดูสแกนได้เลย
- โดยในช่วงแรกของโปรเจกต์นี้ ช่อง 3 จะร่วมมือกับบริษัทจากประเทศจีน
ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่อุตสาหกรรม ซีรีส์สั้นแนวตั้ง เติบโตอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างเช่น ซีรีส์เรื่อง สาวไทยข้ามภพ
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารของช่อง 3 ยังเปิดเผยว่า ทีมผู้จัดละครของช่องเอง ก็กำลังเตรียมถ่ายทำซีรีส์แนวตั้งเพื่อฉายบนช่องเช่นกัน
รวมถึงมีแผนคัดเลือกซีรีส์ที่ได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์ม 3Plus เพื่อนำมาปรับเป็นเวอร์ชันซีรีส์แนวตั้งสำหรับออกอากาศบนทีวี
นอกจากนี้ ผู้บริหารช่อง 3 ยังได้ประกาศเปิดรับผู้ผลิตคอนเทนต์ไทย ที่สนใจสร้างซีรีส์แนวตั้ง เพื่อร่วมพัฒนาโปรเจกต์นี้ด้วย
พูดง่าย ๆ คือ หน้าจอทีวีจะถูกแบ่งเป็น โฆษณา | ซีรีส์แนวตั้ง | โฆษณา (ตามภาพที่เห็น)
แล้วโมเดลซีรีส์แนวตั้งบนหน้าจอทีวี ที่ขายโฆษณาบนพื้นที่ข้างจอ มีมุมไหนน่าสนใจบ้าง ?
BrandCase พาทุกคนมาลองวิเคราะห์กัน
1. เปลี่ยนพื้นที่ว่างของจอทีวี ให้กลายเป็นพื้นที่ทำเงิน
หากมองในมุมธุรกิจ โมเดลนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
เพราะโดยปกติแล้ว เวลานำวิดีโอแนวตั้งมาฉายบนจอทีวีที่เป็นสัดส่วน 16:9
มักจะเกิดพื้นที่ว่างด้านซ้ายและขวา หรือที่เรียกว่า Pillarbox
ซึ่งปกติแล้วจะเป็นเพียงแถบสีดำที่ไม่ได้สร้างมูลค่าอะไร
แต่ช่อง 3 เลือกที่จะเปลี่ยน “พื้นที่ว่าง” ตรงนั้นให้กลายเป็น “พื้นที่โฆษณา”
พูดอีกแบบคือ เปลี่ยน Pain Point ของหน้าจอ ให้กลายเป็น ช่องทางสร้างรายได้
ในภาพจะเห็นว่ามีการระบุขนาดพื้นที่โฆษณาเป็นพิกเซลอย่างชัดเจน
ซึ่งทำให้แบรนด์สามารถวางแผนสื่อได้เหมือนการซื้อพื้นที่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ซึ่งทำให้แบรนด์สามารถวางแผนสื่อได้เหมือนการซื้อพื้นที่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ข้อดีของโมเดลนี้คือ โฆษณาจะปรากฏอยู่บนหน้าจอตลอดเวลาที่คนกำลังดูซีรีส์
ต่างจากโฆษณาในแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง YouTube ที่ผู้ชมสามารถกด Skip ได้
ทำให้แบรนด์มีโอกาสสร้าง Brand Awareness แบบต่อเนื่อง ตลอดทั้งรายการ
อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือ บนหน้าจอจะมี QR Code ให้ผู้ชมสแกนได้ทันที
ซึ่งทำให้โฆษณาบนทีวี ไม่ได้เป็นแค่การสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) เหมือนในอดีตเท่านั้น
แต่ยังสามารถพาคนดูจากหน้าจอทีวี ไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ทันที
ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์สินค้า, โปรโมชัน หรือคอนเทนต์เพิ่มเติม
พูดง่าย ๆ คือ ระหว่างที่ดูซีรีส์แนวตั้งไปด้วย คนดูก็สามารถยกมือถือขึ้นมาสแกน QR Code เพื่อไปดูสินค้าหรือซื้อของออนไลน์ได้ทันที
2. กลยุทธ์เชื่อม ระหว่างคนดูทีวี กับคอนเทนต์บนมือถือ
อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจของโปรเจกต์นี้ คือการเชื่อมพฤติกรรมผู้ชมสองกลุ่มเข้าด้วยกัน
ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่จำนวนมากคุ้นเคยกับการดูคอนเทนต์แนวตั้ง จากแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram
และ YouTube
และ YouTube
แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ชมจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่ยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการดูทีวีที่บ้าน
การนำซีรีส์แนวตั้งมาฉายบนหน้าจอทีวี จึงอาจเป็นเหมือน สะพานเชื่อมพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของคนสองกลุ่มเข้าด้วยกัน
ในอีกมุมหนึ่ง มันยังช่วยให้ผู้ชมทีวีเริ่มคุ้นเคยกับ คอนเทนต์แบบสั้น (Short-form Content)
ซึ่งหากผู้ชมติดตามเนื้อหาเหล่านี้มากขึ้น ช่อง 3 ก็อาจมีโอกาสดึงผู้ชมไปดูคอนเทนต์ต่อบนแพลตฟอร์มของตัวเองอย่าง 3Plus ได้ง่ายขึ้นด้วย
3. วิเคราะห์จากช่วงเวลาออกอากาศ
ช่วงเวลา 17.40 - 18.00 น. ถือเป็นช่วงก่อนเข้าสู่ Prime Time ของทีวี
ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ชมจำนวนไม่น้อยเปิดทีวีไว้ระหว่างทำกิจกรรมอื่น เช่น ทำอาหาร หรือพักผ่อนหลังเลิกงาน
ในสถานการณ์แบบนี้ ทีวีมักถูกเปิดไว้เป็น Background Viewing
ซึ่งทำให้พื้นที่โฆษณาที่อยู่ข้างหน้าจอ มีโอกาสถูกมองเห็นซ้ำ ๆ ระหว่างที่ผู้ชมเปิดทีวีทิ้งไว้
อีกทั้งซีรีส์แนวตั้งยังมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าละครขนาดใหญ่ การนำคอนเทนต์ประเภทนี้มาออกอากาศในช่วงเวลาดังกล่าว จึงอาจช่วยให้ช่องสามารถ เพิ่มรายได้โฆษณา โดยไม่ต้องลงทุนผลิตละครขนาดใหญ่
4. ความท้าทายที่โมเดลนี้อาจต้องเจอ
แม้แนวคิดนี้จะดูน่าสนใจ แต่ก็ยังมีความท้าทายบางอย่างที่ต้องรอติดตามกันต่อไป เช่น
การดูวิดีโอแนวตั้งบนจอทีวีขนาดใหญ่ อาจทำให้ผู้ชมบางคนรู้สึกไม่คุ้นเคย
รวมถึงหากโฆษณาที่อยู่ด้านข้างจอ มีสีสันและข้อความที่โดดเด่นเกินไป หรือมีการเคลื่อนไหวที่มากเกินไป
ก็อาจรบกวนอรรถรสในการดูซีรีส์ได้
- โปรเจกต์นี้ อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังบอกเราว่า
ทีวีกำลังพยายามปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้ชม ในยุคที่ผู้คนหันมาเสพคอนเทนต์ผ่านมือถือมากขึ้น
และในวันที่พฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
อุตสาหกรรมสื่อเองก็ต้องเริ่มทดลองโมเดลใหม่ ๆ
เพื่อเข้าถึงผู้ชมในยุคดิจิทัลให้ได้มากขึ้น..
อุตสาหกรรมสื่อเองก็ต้องเริ่มทดลองโมเดลใหม่ ๆ
เพื่อเข้าถึงผู้ชมในยุคดิจิทัลให้ได้มากขึ้น..
Reference