วิธีจัดอิเวนต์แบบ ซีคอน ยกแปรงตีมัทฉะยักษ์ มาไว้กลางห้าง เบื้องหลังคิดอะไรบ้าง ?

วิธีจัดอิเวนต์แบบ ซีคอน ยกแปรงตีมัทฉะยักษ์ มาไว้กลางห้าง เบื้องหลังคิดอะไรบ้าง ?

20 ก.พ. 2026
- ในรูปคืออิเวนต์ The Leafscape Crafted by Tea ที่จัดอยู่กลางซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เป็นงานที่รวบรวมร้านเครื่องดื่มชาชื่อดัง ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ชงชา และเบเกอรีเอาไว้ในที่เดียว แถมยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปชงมัทฉะจากผู้เชี่ยวชาญ ให้คนในงานได้มาลองทำกันจริง ๆ งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-22 กุมภาพันธ์ 2569
แต่จุดที่ได้ซีนและถูกพูดถึงมาก ๆ ในงานนี้ คือ “Chasen” หรือแปรงตีมัทฉะไม้ไผ่ ที่ถูกทำออกมาให้มีขนาด “ใหญ่ยักษ์” ตั้งอยู่กลางห้าง
ซึ่งนอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ทำให้คนต้องหยุดดู จนหลายคนแอบแซวกันว่า ถ้าแปรงตีมัทฉะไซซ์ใหญ่ขนาดนี้ ต้องตีมัทฉะเกรดพิธีอะไร ?
แล้วทำไมซีคอนต้องทำอะไรที่ “ใหญ่เกินจริง” และเขาใช้สูตรอะไรในการปั้นอิเวนต์ ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
ต้องบอกว่าเบื้องหลังของการจัดอิเวนต์เล่นใหญ่แบบนี้ไว้กลางห้าง เคยถูกแชร์ในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE เมื่อปี 2025 มาแล้ว โดย คุณจั๊ก-จักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการสายงานสำนักสื่อสารการตลาดและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 
ซึ่งคุณจั๊ก ทำหน้าที่บริหารศูนย์การค้าทั้ง 2 สาขา คือที่ ซีคอนบางแค และซีคอนสแควร์​ ศรีนครินทร์
โดยใน 1 ปี มี 52 สัปดาห์ ซีคอน จะมีอิเวนต์เฉลี่ยทุก 2 สัปดาห์ 
เท่ากับว่าใน 1 ปี ซีคอน มีทั้งหมดกว่า 20 อิเวนต์ 
ซึ่งทั้ง 2 สาขาจะทำธีมแตกต่างกัน รวมเป็นกว่า 50 อิเวนต์ต่อปี 
ตัวอย่างงานอิเวนต์ที่เป็นท่าไม้ตายในการเรียกลูกค้าเข้าศูนย์การค้าของซีคอน
- อิเวนต์ THE ARK ที่สร้างเรือโนอาห์ ขนาดใหญ่มากกว่า 800 ตร.ม. สูง 2 ชั้น ในเวลาเพียงแค่ 48 ชม.
- อิเวนต์นรก ที่เปลี่ยนลานในศูนย์การค้าซีคอนสแควร์​ ศรีนครินทร์ ให้กลายเป็นดินแดนแห่งนรก
- อิเวนต์ The Wall อร่อยข้ามกำแพง ที่ยกกำแพงเมืองจีนแบบที่คนเดินได้มาไว้กลางศูนย์การค้า 
ซึ่งทุกงานอิเวนต์ที่เล่ามา ต้องมีคอนเซปต์ชัด และคอนเซปต์ที่คิดขึ้นมาก็ล้วนผ่านกระบวนการคิดของ ซีคอนเล่นใหญ่โมเดล
โดย BrandCase สรุปออกมาได้ 4 ข้อหลัก ๆ ได้แก่
1. ใช้ K.O. Move หมัดน็อกสะกดสายตา 
หัวใจสำคัญของซีคอนคือต้องมีจุดที่ “ได้ซีน” ที่สุดในงาน หรือที่ทีมงานเรียกว่า K.O. Move ไม่ว่าจะเป็นแปรงมัทฉะยักษ์, เรือโนอาห์สูง 2 ชั้น หรือกำแพงเมืองจีนกลางศูนย์การค้า 
จุดประสงค์ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เพื่อสร้าง Visual Impact ให้คนต้องหยุดดูและถ่ายรูป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นนักการตลาดที่ช่วยแชร์อิเวนต์ลงโซเชียลให้แบรนด์ฟรี ๆ
2. สูตรการคิดแบบ 3 มิติ
ก่อนจะเริ่มลงรายละเอียด ทีมงานต้องตอบคำถาม 3 ข้อนี้ให้ชัด
- Get ลูกค้าจะได้อะไรจากอิเวนต์นี้ในทาง Physical หรือ ทางกายภาพ ? เช่น ได้เห็นแปรงยักษ์, ได้ลองชงชา
- Feel ลูกค้าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อมางานอิเวนต์นี้ ? เช่น รู้สึกว้าว, รู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่น
- Tell ลูกค้าจะพูดอะไรหลังจากมางานอิเวนต์นี้ เช่น จะบอกต่อเพื่อน หรือจะบอกแค่กับตัวเองว่าวันนี้เรามาซีคอน 
ถ้าตอบโจทย์เหล่านี้ไม่ได้ งานนั้นจะไม่ถูกจัดขึ้นอย่างเด็ดขาด
3. วางแผนงานอิเวนต์ด้วย 6 ขั้นตอนย่อย 
การจะจัดงานขนาดใหญ่กว่า 50 ครั้งต่อปีให้รอด ซีคอนจะใช้ระบบการวางแผน 6 ขั้นตอนย่อย ได้แก่
- Concept ต้องชัดตั้งแต่วันแรก เพื่อกำหนดทิศทางและบรรยากาศโดยรวมของอิเวนต์ 
- Customer Journey วางเส้นทางเดินของลูกค้าอย่างละเอียด ว่าพอลูกค้าเข้ามาแล้วจะเจอ จุด 1, 2, 3 เป็นอะไรบ้าง การวางแผนเส้นทางนี้จะช่วยให้ประสบการณ์ของลูกค้าไหลลื่นและมีความต่อเนื่องมากขึ้น
- K.O. Move ระบุทีเด็ด ของงานที่จะใช้เป็นหมัดน็อก เช่น หากเป็นธีมงานชา ทีเด็ดในอิเวนต์นี้คือ Chasen หรือแปรงตีมัทฉะไม้ไผ่ โดย K.O. Move นี้จะเป็นจุดที่ทำให้งานอิเวนต์ของซีคอนแตกต่างและน่าจดจำ
- Stakeholder ต้องระบุว่างานนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับใครบ้าง และแต่ละฝ่ายจะมีหน้าที่อะไร เพื่อให้การประสานงานราบรื่น
- Action Plan อย่างชัดเจน ว่าทีมงานจะต้องทำอะไรบ้าง ทำเมื่อไร ใครรับผิดชอบ หรือต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง ซึ่งการวางแผนนี้จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปตามกำหนดเวลาที่วางไว้
- Risk ประเมินความเสี่ยงและเตรียมแผนสำรองเสมอ เช่น เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เสี่ยงต่อสิ่งที่ไม่คาดฝัน หรือแม้กระทั่งเสี่ยงที่งานที่ออกมาอาจจะไม่สำเร็จ 
สุดท้ายเป็นเรื่องของ Budget ว่าอยู่ในงบประมาณที่วางแผนไว้ไหม ซึ่งทีมงานจำเป็นต้องตรวจสอบว่าทุกอย่างที่วางแผนมาทั้งหมดนั้น สามารถดำเนินการได้จริงภายใต้งบประมาณที่มีอยู่ไหม
4. วัฒนธรรม Fail More กล้าพลาดเพื่อสิ่งใหม่ 
เบื้องหลังความเล่นใหญ่ คือวิธีคิดที่อนุญาตให้ทีมงาน “ลองผิดลองถูก” โดยคุณจั๊ก ผู้บริหารซีคอน เคยแชร์ว่าทีมงานจะประชุมเพื่อแชร์เรื่องที่พลาด มากกว่าเรื่องที่สำเร็จ เพื่อให้ทุกคนไม่กลัวที่จะนำเสนอไอเดียแปลก ๆ เมื่อคนทำงานไม่กลัวพลาด ไอเดียที่ไม่เหมือนใครจึงถูกผลิตออกมาได้ไม่หยุด 
ซึ่งกว่าที่จะเห็นออกมาเป็นอิเวนต์ของซีคอนสักงานหนึ่ง คุณจั๊กบอกว่า มีหลายไอเดียในมือมาก โดยอัตราส่วนการคิดไอเดียของทีมซีคอน คือ 50 : 1 ที่ผ่านการคัดเลือกมาจริง ๆ
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.