Dutch Mill Will โยเกิร์ตพร้อมดื่มผสมโพรไบโอติก ครั้งแรกในไทยกับโพรไบโอติกที่ดีต่อกระเพาะอาหาร

Dutch Mill Will โยเกิร์ตพร้อมดื่มผสมโพรไบโอติก ครั้งแรกในไทยกับโพรไบโอติกที่ดีต่อกระเพาะอาหาร

10 ก.พ. 2026
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ “ดัชมิลล์” (Dutch Mill) แบรนด์โยเกิร์ตพร้อมดื่มยอดขายอันดับ 1 ของไทย** สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการจับมือกับ “hy” (เอชวาย) ผู้ผลิตโยเกิร์ตพร้อมดื่มแบรนด์ “Will” ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 จากเกาหลีใต้*
เปิดตัว Dutch Mill Will โยเกิร์ตพร้อมดื่มผสมโพรไบโอติกที่ออกแบบมา เพื่อดูแล “กระเพาะอาหาร” โดยเฉพาะ
แน่นอนว่าเบื้องหลังการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ ไม่ได้มาเพื่อส่งต่อความอร่อยเพียงอย่างเดียว
แต่กำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ตลาด
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร BrandCase สรุปให้แบบเข้าใจง่าย ๆ
การมาของ Dutch Mill Will จึงไม่ใช่แค่การนำเข้าแบรนด์ แต่เป็นการส่งต่อ “โซลูชัน” ในการดูแลตัวเองแบบ Daily Routine ด้วยคอนเซปต์ #FirstTimeforStomach
เพราะเป็นครั้งแรกในไทยกับโพรไบโอติกที่ดีต่อกระเพาะอาหาร โยเกิร์ตพร้อมดื่มผสมโพรไบโอติกที่ดูแลกระเพาะอาหารโดยเฉพาะ
ที่พิเศษ คือ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญนี้ จึงเป็นการจับมือของสองผู้เล่นเบอร์ 1
- hy ผู้ผลิต Will โยเกิร์ตพร้อมดื่มที่มียอดขายอันดับ 1 จากประเทศเกาหลีใต้
- ดัชมิลล์แบรนด์โยเกิร์ตพร้อมดื่มยอดขายอันดับ 1 จากประเทศไทย
โดยต่างฝ่ายต่างนำจุดแข็งมาต่อยอด จนเกิดเป็นโยเกิร์ตพร้อมดื่มผสมโพรไบโอติกที่ออกแบบมา เพื่อดูแล “กระเพาะอาหาร” โดยเฉพาะ
หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไม “Dutch Mill Will” ต้องพุ่งเป้าไปที่กระเพาะอาหาร
คำตอบก็มาจากการตั้งต้นจากอินไซต์ของผู้บริโภคชาวไทยและเกาหลีที่เหมือนกันนั่นคือ วัฒนธรรมการกินที่จัดจ้าน ชอบอาหารรสแซ่บ รวมไปถึงการทานของหมักของดอง
ขณะที่คนไทยนิยมทานบุฟเฟต์ต่าง ๆ จึงส่งผลทําให้กระเพาะของคนไทยทํางานหนัก และมีความเสี่ยงสะสมที่จะนำไปสู่สภาวะที่อันตรายกว่านั้น
เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของมะเร็งกระเพาะอาหาร
การมาของ Dutch Mill Will จึงไม่ใช่แค่การนำเข้าแบรนด์ แต่เป็นการส่งต่อ “โซลูชัน” ในการดูแลตัวเอง
ที่คิดมาอย่างดี ให้เข้ากับพฤติกรรมของคนไทย แถมมีส่วนประกอบที่สําคัญหลายอย่าง
โดยเฉพาะโพรไบโอติกที่จดสิทธิบัตรจากเกาหลีใต้
โดยเฉพาะ HP7 โพรไบโอติกที่จดสิทธิบัตรจากเกาหลีใต้ มีส่วนช่วยยับยั้งแบคทีเรีย H.pylori ที่เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร และยังมี 7 ส่วนประกอบสำคัญดีๆ อยู่ใน 1 ขวด (เหมือน Will เกาหลี) ไม่ว่าจะเป็น
1. Multi-Strain Probiotics
2. Lactose Free
3. FOS and Inulin 3,000 mg / 150 ml
4. Real Juice Added
5. Perilla Powder
6. Cabbage Powder
7. Aloe Vera Powder
งานนี้ เรียกได้ว่า นอกจากฟังก์ชันที่จัดเต็ม รสชาติยังถูกออกแบบมาให้ดื่มง่าย หอมกลิ่นพลัมและแพร์ และยังเป็น Lactose Free เหมาะกับการเป็นเครื่องดื่มปิดท้ายมื้ออาหาร
ที่สำคัญยังตอบโจทย์พฤติกรรมคนไทย ที่ชื่นชอบการกิน “ของหวาน” ล้างปากหลังมื้อหลัก
มาถึงตรงนี้ คงหายข้องใจแล้วว่า ทำไมการคอลแลบระหว่าง Dutch Mill x hy ในครั้งนี้ ถึงเป็นการปฏิวัติวงการโยเกิร์ตพร้อมดื่ม
เพราะนอกจากจะนำเอา Consumer Insight ที่เข้มข้น มาบวกกับนวัตกรรมระดับโลก จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยได้อย่างลงตัว
ยังสร้างเทรนด์ใหม่ของการดูแลสุขภาพด้วยการชวนคนไทยมาเติมสิ่งดี ๆ ให้ร่างกายได้ทุกวันในรูปแบบที่อร่อยและสะดวกที่สุด ยกระดับจากการดูแลระบบขับถ่ายทั่วไป สู่การดูแล “กระเพาะอาหาร” ซึ่งเป็นด่านแรกของระบบย่อยอาหารทั้งหมด
ตอบโจทย์กับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนจากการตั้งรับ หรือรอให้เจ็บป่วยก่อนรักษา มาเป็นการดูแลเชิงรุก ผ่านการสร้างกิจวัตรที่ดีและการเลือกโภชนาการเพื่อชะลอความเสื่อม
เพราะเป้าหมายของคนยุคนี้ไม่ใช่แค่การมีชีวิตที่ยืนยาว แต่คือการอยู่อย่างมีพลังและมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกวัน
ใครที่อยากเริ่มต้นดูแลกระเพาะอาหารให้ดีขึ้นกว่าเดิม สามารถหาลองได้แล้ววันนี้ ที่ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook : Dutch Mill Will
#ก็เพราะดีมีDutchMillWill #DutchMillWill #ดัชมิลล์วิลล์ #FirstTimeforStomach
หมายเหตุ
*แบรนด์ วิลล์ มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศเกาหลีเป็นอันดับ 1 ในเชิงมูลค่าการขายประเภทโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ในหมวดหมู่นมเปรี้ยวในประเทศเกาหลี ปี 2022-2024 (ข้อมูลจาก Kantar)
**การคำนวณส่วนแบ่งการตลาดเชิงมูลค่า และปริมาณของบริษัท ดัชมิลล์/แดรี่พลัส จำกัด (กลุ่มบริษัทดัชมิลล์) ส่วนหนึ่งอ้างอิงจากข้อมูลดัชนีค้าปลีกรายเดือนที่รายงานโดย NielsenIQ สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยว ภายใต้นมสำหรับดื่ม (Drinking Yogurt Segment under Liquid Milk Category จากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 สิ้นสุด วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นข้อมูลของตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ NielsenIQ (Copyright © 2023, NielsenIQ (Thailand) Limited)
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.