ทำไม 7-Eleven จำนวนมาก ถึงอยู่ใน สถานีบริการน้ำมัน PTT Station

ทำไม 7-Eleven จำนวนมาก ถึงอยู่ใน สถานีบริการน้ำมัน PTT Station

25 พ.ค. 2022
ทำไม 7-Eleven จำนวนมาก ถึงอยู่ใน สถานีบริการน้ำมัน PTT Station | BrandCase
หนึ่งในพื้นที่ที่เรามักเห็นร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven ตั้งอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ภายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station
เราเคยสงสัยไหมว่า ทำไม 7-Eleven จำนวนมาก ถึงอยู่ใน สถานีบริการน้ำมัน PTT Station
และสองแบรนด์นี้ เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน อย่างไร ?
BrandCase จะวิเคราะห์ให้ฟัง..
ปัจจุบัน จำนวนสาขาของร้าน 7-Eleven ณ สิ้นไตรมาสที่ 1/2565 เท่ากับ 13,253 แห่ง
โดยหากแบ่งตาม การอยู่นอก-ใน สถานีบริการน้ำมัน PTT Station
- สาขานอกสถานีบริการน้ำมัน มีจำนวน 11,318 สาขา หรือ 85% ของจำนวนสาขาทั้งหมด
- สาขาในสถานีบริการน้ำมัน มีจำนวน 1,935 สาขา หรือ 15% ของจำนวนสาขาทั้งหมด
ขณะที่ปัจจุบัน จำนวนสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. ในประเทศไทย มีจำนวนสาขาประมาณ 2,090 สาขา
หมายความว่า โดยเฉลี่ยแล้ว จำนวนสาขาของร้าน 7-Eleven ในสถานีบริการน้ำมัน คิดเป็นสัดส่วนถึง 93% ของสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั้งหมด
เรียกได้ว่า ถ้าเห็นสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ที่ไหน เราก็มักจะเห็นร้าน 7-Eleven ที่นั่นตามไปด้วย
ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าทั้ง CPALL ผู้บริหารร้าน 7-Eleven และ OR ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมัน PTT Station นั้น มีการทำข้อตกลงร่วมมือการดำเนินธุรกิจร้าน 7-Eleven ภายในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. เป็นระยะเวลา 10 ปี
โดยสัญญาล่าสุดที่เพิ่งต่อกันไปเมื่อปีที่แล้ว จะหมดลงในปี 2576
ซึ่งก็ต้องบอกว่า ข้อตกลงในการทำธุรกิจร่วมกันในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วหลังจากครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2546
ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการคิดวิเคราะห์มาเรียบร้อยแล้วว่า
การทำสัญญาระยะยาวแบบนี้จะเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน หรือ “Win-Win situation” ให้กับทั้ง 2 ฝ่าย
ในแง่ของ OR นั้น แม้ว่าปัจจุบัน OR จะมีธุรกิจร้านสะดวกซื้ออย่าง Jiffy รวมอยู่ด้วย แต่จำนวนสาขาก็มีเพียงแค่ 146 สาขา
หมายความว่า การที่เพิ่มจำนวนสาขาให้เท่ากับจำนวนสถานีบริการน้ำมันของ OR นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะการขยายสาขาร้านสะดวกซื้อนั้นต้องตามมาด้วย การอบรมจำนวนบุคลากรในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ การบริหารสินค้าภายในร้าน
การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ระบบไอที รวมไปถึงการมีศูนย์กระจายสินค้าที่ต้องคอยจัดส่งสินค้าให้แก่ร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ทั่วประเทศอย่างเพียงพอ
ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็ใช้งบประมาณมหาศาล
ทาง OR คงมองว่า แทนที่จะนำเงินไปลงทุนในธุรกิจร้านสะดวกซื้อผ่าน Jiffy นี้ สู้เอาเงินไปลงทุนในการสร้างสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ภายในสถานีบริการน้ำมัน
รวมถึงการนำเงินไปลงทุนในกิจการ ที่มีศักยภาพเติบโตได้อีกมากในอนาคต จะดีเสียกว่า
นอกจากนี้ ถ้า OR จะเอา Jiffy เข้ามาขยายเสียบแทนร้าน 7-Eleven ก็จะกลายเป็นว่า อาจทำให้ร้าน 7-Eleven กลายมาเป็นคู่แข่งกับตนเองไปโดยปริยาย
ซึ่งร้าน 7-Eleven ของ CPALL ก็อาจไปขยายทั้งแบบ stand alone ในพื้นที่ใกล้เคียง
หรือยิ่งไปกว่านั้นอาจไปจับมือกับสถานีบริการน้ำมันค่ายอื่น จนกลายมาเป็นคู่แข่งที่สำคัญกับ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ในอนาคตก็เป็นได้
ในมุมของร้าน 7-Eleven ก็มองว่า การจับมือทำธุรกิจร่วมกับกับ OR นั้น ก็ส่งผลดีธุรกิจตนเองเช่นกัน
เพราะต้องถ้าพูดถึงความพร้อมของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในประเทศไทยนั้น
ในวันนี้ เราอาจบอกได้ว่า คงไม่มีใครมีความพร้อมและมีศักยภาพเท่ากับ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station
เนื่องจากสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. นั้นตั้งอยู่ในทำเลดี มีผู้คนเดินทางผ่านไปมาจำนวนมาก ขณะที่ภายในสถานีบริการน้ำมัน ยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ดังนั้น ร้าน 7-Eleven ก็มองว่า การขยายสาขาของร้านโดยตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ก็เป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์กับธุรกิจของตนเองเช่นกัน
สรุปแล้ว ที่เราเห็นว่ามี 7-Eleven จำนวนมาก อยู่ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station
ก็เพราะทั้ง 2 ฝ่ายในเรื่องนี้ ต่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
หรือทำให้เกิด “Win-Win situation” นั่นเอง..
References:
-https://www.cpall.co.th/wp-content/uploads/2022/05/1Q22_Presentation_CPALL.pdf
-https://investor.pttor.com/th
-https://www.thebangkokinsight.com/news/business/630924/
- https://classic.set.or.th/set/pdfnews.do?newsId=16521386898961&sequence=2022056706
© 2022 BrandCase. All rights reserved.