เรียนรู้การบริหารเงินอย่างเป็นระบบ ด้วยเทคนิค ออมเงิน 6 กระปุก

เรียนรู้การบริหารเงินอย่างเป็นระบบ ด้วยเทคนิค ออมเงิน 6 กระปุก

21 ธ.ค. 2021
เรียนรู้การบริหารเงินอย่างเป็นระบบ ด้วยเทคนิค ออมเงิน 6 กระปุก | THE BRIEFCASE
ปัจจุบันหลายคนอาจกำลังพบเจอกับปัญหาการเงินส่วนตัวอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การใช้เงินหมดตั้งแต่กลางเดือน ทำงานมานานแต่ไม่มีเงินออมสำหรับลงทุนเลย หรือมีรายได้เท่าไรก็ไม่เคยเพียงพอ
วันนี้ THE BRIEFCASE จึงมาแนะนำวิธีที่สามารถช่วยลดปัญหาเหล่านี้
นั่นคือ 6 Jars Money Management หรือแปลเป็นไทยว่า การบริหารเงินแบบ 6 กระปุก
ที่คิดค้นโดย T. Harv Eker นักพูดและนักเขียนด้านการเงินการลงทุน เจ้าของหนังสือ Secrets of the Millionaire Mind ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน
ซึ่งหากใช้วิธีนี้แล้ว จะช่วยให้เราบริหารเงินได้อย่างมีวินัยและเป็นระบบอย่างแน่นอน
ส่งผลให้ปัญหาด้านการเงินต่าง ๆ ที่ประสบพบเจออยู่ ค่อย ๆ ดีขึ้น
โดยวิธีการบริหารเงินเริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียงแค่แบ่งเงินเมื่อได้รับมาเป็น 6 ส่วนหรือกระปุก ดังนี้
1. กระปุกสำหรับใช้จ่ายสิ่งจำเป็น แบ่ง 55%
เป็นเงินส่วนแรก ที่ต้องแบ่งออกมาก่อน เพราะต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
เช่น ค่าที่พัก, ค่าเดินทาง, ค่าอาหาร, ค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำประปา
2. กระปุกสำหรับออมระยะยาว ไว้ใช้ในอนาคต และยามฉุกเฉิน แบ่ง 10%
เป็นเงินก้อนสำหรับใช้จ่ายในอนาคต หรือใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกู้ยืม
เช่น ค่าแต่งงาน, ค่าดาวน์รถ, ค่าการศึกษาลูก, ค่ารักษาพยาบาล
หรือเรียกได้ว่า เป็นเงินสำหรับฉุกเฉิน ก็ว่าได้
3. กระปุกสำหรับเปย์ตัวเอง แบ่ง 10%
เพื่อให้รางวัลแก่ตัวเองบ้าง หลังจากเหนื่อยจากการทำงาน
ดังนั้นควรจะแบ่งเงินสำหรับส่วนนี้ไว้ด้วย สำหรับผ่อนคลาย
เช่น ดูหนัง, ช็อปปิง, สังสรรค์, เติมเกม
ซึ่งเงินส่วนนี้ใช้ให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลและเผื่อไว้เลย
เพราะเราออมเงินส่วนอื่นไว้แล้ว
4. กระปุกสำหรับลงทุนกับตัวเอง แบ่ง 10%
เพื่อให้เรามีทักษะและความรู้ไปต่อยอดในการสร้างรายได้ที่สูงขึ้นในอนาคต จึงควรเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในการพัฒนาตัวเองด้วย
เช่น ค่าหนังสือ, ค่าอบรม, ค่าเวิร์กช็อป, ค่าเรียนออนไลน์
หลายคนอาจจะมองข้ามและไม่สนใจ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้
แต่รู้หรือไม่ว่า การลงทุนกับตัวเอง ช่วยให้ชีวิตใครหลายคนดีขึ้น
เพราะทักษะใหม่ที่เรียนรู้มา อย่างการทำอาหาร การเขียนคอนเทนต์ หรือการตลาดบนโลกออนไลน์ สามารถสร้างรายได้เพิ่มอีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งบางครั้งก็กลายเป็นรายได้หลักแทนงานประจำในภายหลัง
ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง เราจึงไม่ควรลืมให้ความสำคัญกับกระปุกนี้อย่างเด็ดขาด
5. กระปุกสำหรับลงทุน แบ่ง 10%
กระปุกนี้เปรียบเสมือนห่านทองคำ เพราะจะคอยผลิตเงินให้เราในระยะยาว
ดังนั้นเงินก้อนนี้ต้องห้ามนำมาใช้เลย เพื่อให้เงินเติบโตไปเรื่อย ๆ
ตัวอย่างสินทรัพย์สำหรับลงทุน
เช่น เงินฝากประจำ, กองทุน, หุ้น, อสังหาริมทรัพย์
หรือเอาแบบอินเทรนด์สมัยนี้ ก็คริปโทเคอร์เรนซี (แต่อย่าลืมศึกษาความเสี่ยงก่อนลงทุนให้ดี)
6. กระปุกสำหรับแบ่งปัน แบ่ง 5%
กระปุก 1 ถึง 5 จะเห็นได้ว่า เป็นการออมเงินเพื่อตัวเราเองทั้งนั้น
จึงมีกระปุกที่ 6 ที่ใช้สำหรับแบ่งปันคนอื่น ๆ หรือคืนสู่สังคมด้วย
เช่น ซื้อของขวัญให้กับเพื่อน, บริจาคเงินให้แก่มูลนิธิต่าง ๆ
ข้อดีที่ตามมา นอกจากความสุขใจแล้ว
คือหากบริจาค เราสามารถนำไปเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
ซึ่งหักลดหย่อนได้สูงถึง 2 เท่าของเงินบริจาคเลยทีเดียว
ทั้งหมดนี้คือ การออมเงินแบบ 6 กระปุก
จะเห็นได้ว่า แม้จะมีการแบ่งเงินหลายส่วน แต่ก็เข้าใจได้ไม่ยากเลย
อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องเพิ่มความยุ่งยากในชีวิตอีก
เหตุผลนอกจากช่วยบริหารเงินได้เป็นระบบแล้ว คือ ช่วยฝึกนิสัยการออมเงิน และได้เรียนรู้การบริหารเงิน
ซึ่งเมื่อเรามีเงินหรือรายได้มากขึ้น ก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่า จะไม่สามารถบริหารเงินของตัวเองได้ จนนำไปสู่การเงินส่วนบุคคลที่ล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่สามารถแบ่งเงินตามสัดส่วนตามคำแนะนำ
เพราะว่ามีค่าใช้จ่ายจำเป็นเยอะ หรือรายได้ยังไม่เพียงพอ
วิธีแก้ปัญหาคือ กำหนดตัวเลขตามที่ตัวเองสามารถทำได้เลย
แล้วค่อย ๆ ขยับสัดส่วนเงินของเรา ให้ตรงกับคำแนะนำในที่สุด
ต้องบอกว่า ตัวเลขที่ Eker กำหนดมานั้น ไม่ใช่ตัวเลขสำหรับเริ่มต้น
แต่เป็นตัวเลขสุดท้ายที่ควรจะเป็น
ดังนั้นให้เรากำหนดสัดส่วนเงินออม ที่ทำได้ไหว เพื่อสร้างนิสัยก่อน
และสุดท้ายนิสัยนี้เอง จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีการเงินที่ดีในท้ายที่สุด..
References
-https://www.harveker.com/blog/6-step-money-managing-system/
-https://www.rd.go.th/fileadmin/download/give1_get2.pdf
-http://6jars.com/
-https://alanaivoicelab.com/the-6-jars-most-powerful-money-management-technique-all-parents-should-know/
© 2022 BrandCase. All rights reserved.