เจ้าของปั๊ม PT จับมือสตาร์ตอัปด้านการลงทุน ลุยธุรกิจนายหน้า ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

เจ้าของปั๊ม PT จับมือสตาร์ตอัปด้านการลงทุน ลุยธุรกิจนายหน้า ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

29 มี.ค. 2022
เจ้าของปั๊ม PT จับมือสตาร์ตอัปด้านการลงทุน ลุยธุรกิจนายหน้า ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล | BrandCase
“PTG” เจ้าของปั๊มน้ำมัน PT จับมือกับ “ยูนิท” สตาร์ตอัปผู้ชำนาญด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ทุ่มเงินลงทุน 300 ล้านบาท ตั้งบริษัท “แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท” ลุยธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
พร้อมเตรียมเปิดผลิตภัณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ และเข้าถึงได้ทุกกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
โดย นายปกเขตร รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (MAXBIT DIGITAL ASSET CO.,LTD) เปิดเผยว่า
จากแนวโน้มของแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์
ทางกลุ่ม PTG จึงได้ทำการศึกษาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยเช่นกัน เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี โดยให้ความสนใจในเรื่องเทคโนโลยีบล็อกเชนค่อนข้างมาก
ประกอบกับการที่กฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับในไทยมีความชัดเจนและเอื้ออำนวยมากขึ้นจึงทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตสูงเพิ่มขึ้น
จึงทำให้บริษัทฯ มีแนวคิดที่จะลงไปแข่งขันในตลาดอย่างจริงจัง
ซึ่งบริษัทจะอาศัยฐานข้อมูลจากบัตร “Max Card” ที่มีสมาชิกมากกว่า 17 ล้านคน
ซึ่ง 7.29 ล้านคน เป็นกลุ่มอายุระหว่าง 18 - 40 ปี เป็นกลุ่มอายุที่ใกล้เคียงกับกลุ่มอายุที่นิยมลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างคริปโทเคอร์เรนซี
สำหรับรูปแบบของการทำสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ จะเน้นฟังก์ชันการซื้อขายที่ง่ายสะดวกและรวดเร็ว เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงในการลงทุนได้
โดยจะมีลักษณะคล้ายกับ “Coinbase” ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา
โดยแพลตฟอร์มที่บริษัทฯ ได้ทำการพัฒนาขึ้นมาใหม่นี้ มีชื่อว่า “MAXBIT”
พร้อมจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาดูแล ภายใต้ชื่อ บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด
สำหรับการร่วมลงทุนในครั้งนี้มีทั้งหมด 4 ส่วน เป็นคนไทยทั้งหมด
- บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG มีสัดส่วนการลงทุน 35%
- บริษัท ยูนิท จำกัด มีสัดส่วนการลงทุน 35%
- ที่เหลืออีกจะเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย 2 ราย มีสัดส่วนการลงทุน 30%
โดยเงินลงทุนเริ่มแรกจะอยู่ที่ 300 ล้านบาท เพื่อขอใบอนุญาตประกอบการเป็นตัวแทนการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย
และเพื่อใช้พัฒนาระบบและแอพพิเคชั่นแพลตฟอร์มใหม่
โดยในปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตมาแล้วทั้งหมด 4 ใบ จากทางธนาคารแห่งประเทศไทย
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำระบบ E-Money และกระเป๋าเงินดิจิทัล หรือ E-Wallet
ในส่วนของการยื่นเรื่องขอใบอนุญาตประกอบการเป็นนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) ในประเทศไทย
ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการปรึกษาหารือ และเตรียมเอกสารเพื่อรอยื่นขอใบอนุญาตกับทาง ก.ล.ต.
ส่วนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันที่ทางผู้ใช้งานจะใช้เทรดนั้น
ตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ทำการพัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และหากได้ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ก็จะสามารถให้บริการดำเนินกิจกรรม ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้
© 2022 BrandCase. All rights reserved.